Benjamin “Bugsy” Siegel เป็นชื่อที่ยังสั่นสะเทือนประวัติศาสตร์การพัฒนาเมืองลาสเวกัส—จากเจ้าพ่ออาชญากรรมสู่บทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผืนทะเลทรายให้กลายเป็นศูนย์กลางความบันเทิงของอเมริกา
ชีวิตย่อ ๆ และต้นกำเนิดในโลกใต้ดิน
Benjamin Siegel เกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1906 ในบรุ๊คลิน นิวยอร์ก เขาเติบโตในย่านชาวยิวผสมกับย่านคนงาน และก้าวเข้าสู่วงการอาชญากรรมตั้งแต่วัยหนุ่ม โดยมีชื่อเล่นว่า “Bugsy” ซึ่งสะท้อนถึงน้ำเสียงและความรุนแรงของเขา Siegel มีบทบาทเด่นในเครือข่ายอาชญากรรมของฝั่งตะวันออก ร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลอย่าง Meyer Lansky และ Charles “Lucky” Luciano ในการขยายธุรกิจผิดกฎหมายหลายประเภท ทั้งการเล่นพนัน การลักลอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในยุคห้ามขาย (Prohibition) และการฆ่าล้างบางคู่แข่ง
ความเชื่อมโยงกับ Meyer Lansky และเครือข่ายแห่งชาติ
Meyer Lansky เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของ Siegel และทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเรื่องการเงินในเครือข่ายอาชญากรรมระดับชาติ Lansky มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนและการฟอกเงิน ซึ่งช่วยให้การขยายธุรกิจของกลุ่มเป็นไปอย่างเป็นระบบ ความสัมพันธ์ระหว่าง Siegel และ Lansky จึงเป็นกุญแจที่ทำให้ไอเดียลงทุนในลาสเวกัสเกิดขึ้น—โดย Lansky มองเห็นศักยภาพด้านการพนันแบบถูกกฎหมายและการสร้างรีสอร์ตที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ
บทบาทของ Bugsy Siegel ในการพัฒนาลาสเวกัส
บทบาทของ Bugsy Siegel ในการพัฒนาลาสเวกัสไม่ใช่เพียงการเป็นหัวหน้าแก๊ง แต่เป็นตัวจุดชนวนแนวคิด “รีสอร์ตคาสิโน” ระดับไฮเอนด์ที่รวมที่พัก การแสดง และการพนันไว้ด้วยกัน เขาย้ายไปที่ลาสเวกัสในช่วงต้นทศวรรษ 1940s และเริ่มต้นลงทุนในโครงการที่หวังจะยกระดับเมืองจากชุมชนการพนันเล็ก ๆ สู่เมืองตากอากาศระดับชาติ ความคิดริเริ่มนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่การขยายตัวของ Las Vegas Strip ในช่วงทศวรรษถัดมา
การสร้าง Flamingo Las Vegas และคำถามที่ยังคงอยู่
หนึ่งในโครงการที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Siegel คือ Flamingo Hotel and Casino ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 ธันวาคม 1946 Flamingo ถูกโปรโมตให้เป็นรีสอร์ตหรูแห่งแรกบน Las Vegas Strip และดึงดูดนักพนันรายได้สูงและคนดังจากฮอลลีวูด โครงการนี้มีปัญหามากมายทั้งด้านการก่อสร้าง งบประมาณบานปลาย และการบริหารจัดการ โดยมีการกล่าวถึงการใช้เงินทุนจากแหล่งที่มาที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมของ Lansky เมื่อ Flamingo เปิดตัวครั้งแรกยังไม่สมบูรณ์และมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในปีถัดมา แต่ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของลาสเวกัสให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับประเทศ
ความตายลึกลับและผลกระทบต่ออาณาจักร
วันที่ 20 มิถุนายน 1947 เป็นวันสิ้นสุดชีวิตของ Bugsy Siegel เมื่อเขาถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านของเขาใน Beverly Hills คดีการฆาตกรรมนี้ไม่มีผู้ต้องสงสัยที่ถูกนำตัวมาลงโทษอย่างชัดเจน ทำให้เกิดทฤษฎีทั้งเรื่องการแก้แค้นจากพันธมิตรธุรกิจ การลงโทษจากเครือข่ายอาชญากรรม หรือแม้แต่การตัดสินทางการเมืองภายในกลุ่ม ผลจากการตายของ Siegel ทำให้การบริหาร Flamingo ถูกเปลี่ยนมือและระบบการลงทุนในลาสเวกัสเริ่มเข้าสู่ความถี่ที่ระมัดระวังมากขึ้น แต่ไอเดียและโครงสร้างพื้นฐานที่เขาสร้างไว้ได้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต
การขยายตัวของ Las Vegas Strip หลังยุค Siegel
หลังยุคของ Siegel เมืองลาสเวกัสยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็วในทศวรรษที่ 1950–1960 โรงแรมและคาสิโนใหม่ ๆ ผุดขึ้นตลอด Strip พร้อมการลงทุนจากทั้งกลุ่มอาชญากรรมและนักลงทุนรายใหญ่ การผสมผสานระหว่างการแสดงโชว์ระดับชาติ การตลาดที่ดึงดูดครบทุกกลุ่มลูกค้า และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมาย ทำให้ Strip กลายเป็นสัญลักษณ์ของความบันเทิงเชิงพาณิชย์
บทบาทของ Howard Hughes และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการถือครองโดยบริษัท
การมาถึงของ Howard Hughes ในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1960 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญสำหรับลาสเวกัส Hughes—นักอุตสาหกรรมและนักลงทุนมหาเศรษฐี—เริ่มเข้าซื้อกิจการโรงแรมและคาสิโน เช่นการลงทุนและการถือครองในรีสอร์ตต่าง ๆ ในช่วงกลางทศวรรษ 1960–1970 (รวมถึงการเข้าซื้อ Desert Inn ในปี 1967) การเข้ามาของเขาช่วยนำแนวทางการบริหารแบบบริษัทและความต่อเนื่องทางกฎหมายเข้ามา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ค่อย ๆ ลดการควบคุมของกลุ่มอาชญากรรมแบบดั้งเดิมและเปลี่ยนลาสเวกัสให้เข้าสู่ยุคของการถือครองโดยบริษัทขนาดใหญ่
มรดกและการประเมินผลในเชิงประวัติศาสตร์
มรดกของ Bugsy Siegel เป็นเรื่องซับซ้อน—เขาถูกจดจำทั้งในฐานะผู้ก่อการร้ายทางอาชญากรรมและในฐานะบุคคลที่ขับเคลื่อนแนวคิดใหม่ในการพัฒนาเมือง การสร้าง Flamingo ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของ Las Vegas Strip แต่การใช้เงินทุนและวิธีการที่เกี่ยวข้องกับวงการอาชญากรรมทำให้ภาพลักษณ์ของการพัฒนาเต็มไปด้วยเงามืด การเปลี่ยนผ่านไปสู่การถือครองโดยนักลงทุนเชิงสถาบันในเวลาต่อมา เช่น Howard Hughes และบริษัทต่าง ๆ ได้ช่วยทำให้ลาสเวกัสมีความโปร่งใสมากขึ้นจากมุมมองของการบริหารธุรกิจ และเปิดทางให้เมืองนี้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสมัยใหม่
สรุป
Bugsy Siegel มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การพัฒนาลาสเวกัส โดยเฉพาะในฐานะแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดแนวคิดรีสอร์ตคาสิโนระดับหรู Flamingo ที่เปิดเมื่อ 26 ธันวาคม 1946 เป็นสัญลักษณ์ของยุคเริ่มต้นของ Las Vegas Strip แม้การสิ้นชีวิตของเขาในวันที่ 20 มิถุนายน 1947 จะทำให้โครงการและชื่อเสียงของเขาเต็มไปด้วยเงื่อนงำ แต่ผลกระทบของเขาต่อการขยายตัวและรูปแบบธุรกิจของลาสเวกัสยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

